เก็บ Data ลูกค้ายังไง ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี และไม่รู้สึกขัดใจ?

ปัจจุบันนี้ หลาย ๆ ธุรกิจเริ่มหันมาให้ความสำคัญในการเก็บ Data ลูกค้าเพื่อนำมาทำระบบ CRM และ Loyalty Program เพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิตสินค้าที่ลูกค้าต้องการ รวมทั้งการสื่อสารและการนำเสนอสินค้าสู่ผู้บริโภคแบบเฉพาะเจาะจง

ซึ่งการที่จะได้ Data ลูกค้ามานั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย บริษัทต้องมีเครื่องมือในการเก็บรวบรวม Data และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในระหว่างเก็บข้อมูลไปพร้อม ๆ กัน…ทีนี้ เรามาดูกันว่า เราจะเก็บ Data ลูกค้ายังไง ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี และไม่รู้สึกขัดใจ?

1. ให้คุณค่าด้วยการเพิ่มสิทธิพิเศษบางอย่าง

เช่น สิทธิ์ในการลุ้นรางวัล สิทธิ์ในการสะสมแต้ม ส่วนลด หรือโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าประทับใจ และกลับมาให้สินค้าและบริการอีก

ควรให้สิทธิพิเศษบางอย่างแก่ลูกค้า เช่น สิทธิ์ในการลุ้นรางวัล สิทธิ์ในการสะสมแต้ม หรือส่วนลดต่าง ๆ

2. ขอข้อมูลเท่าที่จำเป็นในการวิเคราะห์การตลาด

ไม่ขอมากเกินไป เช่น เราอาจจะขอข้อมูลติดต่อเบื้องต้น (ชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร เพศ อายุ) และคำถามเกี่ยวกับสินค้าและบริการสัก 5 ข้อ (ไม่ควรเกิน 10 ข้อ) เพื่อให้ลูกค้าสะดวกใจที่จะตอบคำถาม ซึ่งชุดคำถามและคำตอบควรกระชับ ไม่กำกวม เข้าใจง่าย และ user friendly เพื่อให้ลูกค้าไม่รู้สึกเบื่อแล้วยกเลิกกลางคัน และใช้เวลาน้อยที่สุด

ไม่ตั้งคำถามมากเกินไป ควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่กำกวม

3. ให้สิทธิพิเศษที่สามารถใช้งานได้ง่าย

เมื่อลูกค้าได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากการตอบคำถามแล้ว ก็ควรทำให้สิทธิพิเศษนั้นสามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ใช่ว่าพอถึงเวลาที่ลูกค้าจะใช้สิทธิพิเศษแล้วมีเงื่อนไขต่าง ๆ นานา มากมาย หรือเมื่อลูกค้าจะใช้สิทธิ์แล้วพนักงานทางฝั่ง Operation หรือ Customer Service ไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากไม่ได้รับการบรีฟจากฝั่ง Sales และ Marketing ซึ่งข้อผิดพลาดนี้อาจจะทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจและซื้อสินค้าและบริการน้อยลง หรืออาจจะไม่ซื้ออีกเลยก็เป็นได้

ควรทำให้สิทธิพิเศษนั้นสามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ควรมีเงื่อนไขมากมาย

เห็นไหมว่าการพยายามเก็บ Data ลูกค้านั้นเป็นเรื่องดีในการวิเคราะห์ต่อยอดทางการตลาด และพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค แต่ก็อย่าลืมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าด้วยนะคะ ซึ่งถ้าลูกค้ามีประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อเราแล้ว เราก็อาจจะสูญเสียลูกค้าและรายได้จากลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งอาจจะมีค่าไม่น้อยเลย

ในการเก็บ Data ลูกค้านั้น เบิร์ธโน๊ตมี Solution ดี ๆ มาฝากกัน

เบิร์ธโน๊ตรับผลิตสติ๊กเกอร์ QR Code สำหรับติดลงบนสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าไปแล้วก็สามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้านั้น ๆ เป็นของแท้จากทางแบรนด์ด้วยการสแกน QR จากนั้นก็เพิ่มสิทธิ์ในการลุ้นรางวัลหรือสิทธิ์ในการสะสมแต้มเพื่อให้ลูกค้ากรอกข้อมูลส่วนตัวและตอบคำถามที่ทางแบรนด์ได้สร้างไว้ โดยแบรนด์สามารถเลือกข้อมูลที่อยากรู้ และกำหนดจำนวนข้อได้ตามต้องการ (เบิร์ธโน๊ตแนะนำว่าอย่าให้จำนวนข้อเยอะเกินไป เพราะผู้ตอบแบบสอบถามจะเบื่อ อาจล้มเลิกการตอบแบบสอบถามไปกลางคันได้

แบรนด์สามารถออกแบบคำถามและคำตอบหลายๆ แบบ เช่น แบบตอบเป็นตัวเลือก แบบให้ตอบโดยกรอกข้อมูล แบบให้คำตอบโดยการให้ดาว หรือให้คำตอบโดยให้คะแนน 1-10 เป็นต้น นอกจากนั้นแบรนด์ยังสามารถออกแบบชุดคำถามได้หลาย ๆ ชุด เพื่อป้องกันในกรณีที่ลูกค้าใช้สินค้าซ้ำแล้วสแกนเข้ามาต้องเจอคำถามซ้ำ ๆ อีก

นอกจากที่แบรนด์จะได้คำตอบที่ผู้ตอบแบบสอบถามกรอกแล้ว สิ่งที่ได้ทันที่ก็คือ เบอร์โทร พิกัดที่สแกน และเวลาสแกน อีกทั้งข้อมูลที่ผู้ตอบตอบเข้ามาก็จะถูกรวบรวมเข้าไว้ในรายงาน ง่ายต่อการนำไปใช้วิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดต่อไป เป็นการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดทั้งเวลาและคนในการดำเนินการ

หากสนใจ QR Code ของเบิร์ธโน๊ต เพื่อเพิ่มกำไรแบบปัง ๆ ให้ธุรกิจของคุณ ลองโทรมาพูดคุย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนได้นะ ติดต่อได้ที่ โทร 099-564-5947, 096-142-9547 หรืออีเมล [email protected] เพื่อให้เราติดต่อกลับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รวบรวมคำถามที่พบได้บ่อยๆ เกี่ยวกับบทความนี้

สาเหตุหลักมาจากแบบฟอร์มที่ยาวเกินไป ขั้นตอนที่ซับซ้อน หรือการขอข้อมูลส่วนตัวที่ดูไม่จำเป็นในขณะนั้น การเก็บข้อมูลที่ดีต้องเริ่มจาก “การให้” ก่อน “การขอ” ค่ะ

เราใช้หลักการ Progressive Profiling คือการทยอยเก็บข้อมูลทีละนิดตามจังหวะที่เหมาะสม และระบบที่เชื่อมต่อกับ Social Login (เช่น Line) ทำให้ลูกค้าไม่ต้องพิมพ์ข้อมูลพื้นฐานซ้ำซ้อน

เมื่อลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดี (Positive Experience) จะเกิดความเชื่อมั่นในแบรนด์ ส่งผลให้มีโอกาสกลับมาซื้อซ้ำ (Repeat Purchase) และยินดีที่จะให้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นในอนาคต

สามารถวัดได้จาก Conversion Rate (จำนวนคนกรอกจบเทียบกับคนคลิกดู) และการทำ Short Survey สั้นๆ หลังกรอกเสร็จ รวมถึงความเร็วในการทำรายการที่ไหลลื่น

การใช้ Gamification (เช่น การลุ้นรางวัล) หรือการแสดงแถบ Progress Bar ว่าเหลืออีกกี่ขั้นตอนจะเสร็จ ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าการให้ข้อมูลเป็นเรื่องง่ายและมีจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน

พร้อมเริ่มเก็บ First-Party Data จากลูกค้าตัวจริง